Articles

ใช้แอร์อย่างไรให้ประหยัด?

ห้องที่เย็นฉ่ำในช่วงหน้าร้อนย่อมสร้างความสดชื่นให้กับใครหลาย ๆ คนได้เป็นอย่างดี ด้วยสาเหตุนี้จึงทำให้แอร์กลายมาเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใครหลาย ๆ คนไม่สามารถขาดได้เลย การได้นั่งเล่นในห้องที่เย็นฉ่ำ หรือการรับประทานในห้องที่ไม่ร้อน ไปจนถึงการนอนหลับพักผ่อนในห้องที่เย็นสบาย ล้วนเป็นสิ่งที่ใครหลายคนใฝ่หา โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่อากาศร้อนมากที่สุดของปี การใช้งานเครื่องปรับอากาศก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้มีการใช้พลังงานไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นตาม กลายเป็นภาระค่าใช้จ่ายในเวลาที่บิลเรียกเก็บค่าไฟฟ้ามาถึงได้ ดังนั้นเพื่อเป็นการใช้แอร์ให้เกิดประโยชน์ทั้งความเย็นสบาย และการประหยัดพลังงานไฟฟ้าจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

วิธีการใช้งานที่ถูกต้องและช่วยประหยัดค่าไฟนั้นมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

1. การเลือกเครื่องปรับอากาศที่ช่วยประหยัดพลังงาน

เครื่องปรับอากาศที่ดี ควรให้ความเย็นที่ต้องการตลอดระยะเวลาการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในช่วงกลางวันที่ร้อนอบอ้าว หรือการใช้งานในเวลากลางคืนที่ทำให้ผู้ใช้งานหลับสนิทได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยใช้พลังงานไฟฟ้าไม่มาก ซึ่งผู้ใช้งานสามารถเลือกหรือพิจารณาได้ไม่ยากจากเครื่องหมายการใช้พลังงานเบอร์ 5 พร้อมดาว 3 ดวง จากหน่วยงานภาครัฐ โดยฉลากเบอร์ 5 คือการการันตีว่าเครื่องปรับอากาศที่ได้ตราสัญลักษณ์ใช้พลังงานได้ตรงตามที่หน่วยงานภาครัฐกำหนด แต่หากเครื่องปรับอากาศรุ่นนั้นมีประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงานได้มากกว่าเดิมถึง 30% ก็จะมีการเพิ่มสัญลักษณ์รูปดาวให้อีก 3 ดวงเลยด้วย นับเป็นวิธีการที่ช่วยให้ผู้ใช้งานทราบได้ง่าย ๆ ว่าเครื่องปรับอากาศที่จะนำมาใช้นั้นมีประสิทธิภาพในการประหยัดค่าไฟมากน้อยเพียงใด

2. การดูแลรักษาอย่างเหมาะสม

แอร์ คือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องอาศัยการดูแลรักษาตามความเหมาะสม เพราะนอกจากจะช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าแล้ว ยังเป็นการรักษาสภาพของเครื่องให้สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานมากยิ่งขึ้นอีกด้วย โดยเฉพาะการล้างเครื่องปรับอากาศทั้งระบบที่ควรทำโดยช่างผู้เชี่ยวชาญอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง หรือผู้ใช้งานอาจนำแผ่นกรองหยาบมาปัดฝุ่นออกบ้าง ก็จะช่วยให้เครื่องปรับอากาศกินไฟน้อยลงได้

3. งดกิจกรรมที่ทำให้เกิดความร้อน

การทำกิจกรรมที่ทำให้เกิดความร้อนในบริเวณที่ใช้งานเครื่องปรับอากาศ ย่อมส่งผลให้เครื่องต้องทำงานที่หนักมากขึ้นกว่าเดิม และเป็นการเร่งให้จำเป็นต้องใช้พลังงานเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย กิจกรรมที่ก่อให้เกิดความร้อนนั้นก็ได้แก่การสูบบุหรี่ภายในห้องแอร์ที่นอกจากจะกระตุ้นให้เครื่องกินไฟเพิ่มมากขึ้นแล้ว ยังส่งผลต่อกลิ่นภายในห้องที่ใช้งานอีกด้วย รวมถึงการประกอบอาหารภายในพื้นที่ที่ใช้งานเครื่องปรับอากาศ การรีดผ้าในบริเวณที่มีการใช้งานเครื่องปรับอากาศ เป็นต้น

4. เพิ่มอุณหภูมิในช่วงที่อากาศเย็นลง

พราะความร้อนในแต่ละช่วงเวลาของวันนั้นมีความแตกต่างกัน ผู้ใช้งานจึงสามารถลดปริมาณพลังงานไฟฟ้าในแต่ละวันให้ลดน้อยลงด้วยการเพิ่มอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศในช่วงที่อากาศไม่ร้อน อย่างเวลากลางคืน หรือวันที่มีฝนตก เพื่อลดระดับการใช้พลังงานไฟฟ้าให้ลดน้อยลงนั่นเอง

5. พักการใช้งานบ้าง

เมื่ออากาศกำลังร้อนอบอ้าว ผู้ใช้ก็ย่อมต้องใช้งานเครื่องปรับอากาศมาก และยาวนานมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ แต่การใช้งานแอร์แบบต่อเนื่องยาวนานนั้นย่อมก่อให้เกิดความร้อนสะสมเพิ่มมากขึ้นจนส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน และรูปแบบของการใช้พลังงานไฟฟ้าได้เป็นอย่างมาก จึงควรพิจารณาเลือกปิดเครื่องปรับอากาศเป็นบางช่วง เพื่อพักการทำงานของเครื่อง ทั้งยังช่วยให้เกิดการระบายอากาศออกจากห้องได้ด้วย โดยอาจเป็นช่วงเวลาที่เข้าไปทำธุระในห้องน้ำ หรือเป็นช่วงที่มีคนอยู่ในห้องมาก สัก 1 – 2 ชั่วโมง ในระหว่างวัน

6. การช่วยให้คอมเพรสเซอร์ทำงานได้สะดวกมากขึ้น

การติดตั้งคอมเพรสเซอร์อย่างเหมาะสมนั้น สามารถช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้เป็นอย่างมาก โดยการติดตั้งคอมเพรสเซอร์ที่ดีนั้นควรพิจารณาถึงการถ่ายเทความร้อนที่สะดวก ไม่เป็นแหล่งรวมความร้อนจากภายนอกอย่างบริเวณดาดฟ้า หรือพื้นซีเมนท์ที่อยู่กลางแจ้ง แต่ควรติดตั้งคอมเพรสเซอร์ในที่ร่มที่มีลมพัดพาทั้งวัน และควรมีระยะห่างจากผนังอย่างน้อย 15 เซนติเมตร

7. หลีกเลี่ยงการนำสิ่งที่มีความชื้นเข้าไปในห้อง

ปริมาณความชื้นภายในห้องสามารถส่งผลต่อความเย็นของห้องได้โดยตรง ยิ่งมีความชื้นมาก โอกาสที่เครื่องปรับอากาศจะต้องใช้พลังงานมาก ๆ ในการลดอุณหภูมิก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการนำสิ่งของที่มีความชื้นสูง ๆ อย่างผ้าที่ซักมาใหม่ ๆ กระถางต้นไม้ หรืออ่างล้างอุปกรณ์มาใช้งานภายในห้องที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศก็จะเป็นการลดการใช้พลังงานได้เป็นอย่างมาก

8. ปิด แอร์ ก่อนเลิกใช้งาน

บางครั้งการใช้งานเครื่องปรับอากาศก็ไม่จำเป็นต้องเปิดเครื่องเอาไว้ตลอดเวลาที่อยู่ในห้อง หรือเมื่อต้องการใช้งาน แต่ควรเลือกปิดเครื่องปรับอากาศก่อนเลิกใช้งานสัก 30 นาที เพราะอากาศภายในห้องจะยังคงเย็นต่อไปได้อีกสักพัก ผู้อยู่อาศัยจึงยังคงเย็นสบาย แม้ว่าจะเครื่องปรับอากาศจะไม่ได้ใช้พลังงานไฟฟ้าอยู่ก็ตาม

ด้วยหลักการดังที่กล่าวมาแล้ว ผู้ใช้งานเครื่องปรับอากาศจึงยังสามารถรู้สึกเย็นสบายได้ตลอดการใช้งาน โดยที่ไม่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าไปกับแอร์มากจนเกินไป ยิ่งในช่วงหน้าร้อนของประเทศไทยที่อุณหภูมิอาจสูงมากกว่า 35 องศาเซลเซียสนั้นคงเป็นการยากที่จะอยู่ได้สบายโดยปราศจากเครื่องปรับอากาศ แต่ก็ควรใช้งานอย่างเหมาะสมจนไม่ก่อให้เกิดภาระทางการเงินจากค่าไฟฟ้าที่บานปลายด้วย

Back to list

Leave a Reply